9 ข้อแตกต่าง POS Online กับ Offline

ข้อแตกต่างของโปรแกรม POS
โปรแกรม POS Online กับ โปรแกรม POS Offline
-
โปรแกรม POS Online คือ โปรแกรมขายหน้าร้าน ที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ในการขายสินค้าตลอดเวลา
-
ถ้าเน็ตขัดข้อง โปรแกรม POS Online จะทำงานไม่ได้เลย ต้องรอจนกว่าจะมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต จึงจะขายสินค้าต่อได้
- โปรแกรม POS Offline คือ โปรแกรมคิดเงินหน้าร้าน ที่ทำการขายและเก็บเงิน โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต
-
ร้านค้าในห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ เป็นแบบ Offline จะใช้อินเตอร์เน็ต เมื่อต้องการ ส่งข้อมูลของยอดขายเท่านั้น เช่นเดียวกับ 7-11
ข้อดี ของโปรแกรม POS แบบ Online
-
ใช้เงินลงทุนในการใช้โปรแกรม POS สำหรับ ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ครั้งแรกลงทุนไม่สูงมากนัก
-
ชำระค่าโปรแกรมขายสินค้าหน้าร้าน ต่อเดือนไม่สูง เมื่อเทียบกับยอดขายต่อเดือนทำงานได้กับทุกอุปกรณ์ เช่น มือถือ,Tablet ส่วนใหญ่ร้านอาหารและร้านกาแฟ นิยมใช้โปรแกรม POS ขายหน้าร้านแบบนี้
-
สามารถดูรายงานขายสินค้า ได้ทาง Online ได้ตลอดเวลา ทุกที่ทั่วโลก ทำให้ร้านค้าและร้านอาหาร ได้รับความสะดวกมาก เพราะไม่ต้องเดินทางมาที่ร้าน
-
เจ้าของร้าน สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยใช้สัญญาณ Internet
-
โปรแกรม POS ร้านอาหารและร้านกาแฟ จะมี Application บนมือถือ ไว้รับ Order และให้แคชเชียร์เก็บเงิน ได้สะดวกมากขึ้น
-
ชุด POS คิดเงินหน้าร้าน รุ่นใหม่ๆ ออกแบบเครื่องให้ ดูสวยงามล้ำสมัย ช่วยให้ร้านดูดีและทันสมัย
-
อุปกรณ์คิดเงิน Hardware POS Android มีราคาถูกกว่าแบบ POS Windows เพราะไม่มี HDD โดยจะเก็บข้อมูลไว้บน Cloud ทำให้ต้นทุนถูกลง CPU และหน้าจอสัมผัส จะใช้แบบเดียวกับมือถือ ปัดเลื่อนทำได้ง่าย
-
สามารถดูข้อมูล การขายสินค้า และสต็อกสินค้าคงเหลือ แบบเชื่อมกันได้หลายสาขาได้
ข้อเสีย ของโปรแกรม POS แบบ ออนไลน์
-
เป็นระบบเช่า ต้องจ่ายค่าใช้โปรแกรม POS ทุกเดือน จนกว่าจะเลิกใช้ (ลองคิดเป็นรายปีดู)
-
อุปกรณ์ต่างๆ เป็นของผู้ให้บริการ ถ้าเกิดเสียหาย ทางร้านต้องรับผิดชอบทั้งหมด
-
ถ้าสัญญานอินเตอร์เน็ตช้า หรือขัดข้อง จะทำให้ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร เกิดปัญหาระหว่างการเก็บเงิน และการขายสินค้าได้ ลูกค้าอาจไม่ประทับใจ
-
มีโอกาสเสี่ยง ที่ Order ของอาหาร หายระหว่างทาง โดยไปไม่ถึงห้องครัว ทำให้ลูกค้ารอนาน และไม่พอใจในการบริการ จนอาจเลิกใช้บริการที่ร้านไปเลย
-
ข้อมูลการขายทุกอย่าง อยู่บน Cloud มีโอกาสที่ หน่วยงานที่ดูแลเรื่องภาษีรายได้ อาจขอเข้ามาดูข้อมูลการขาย จากผู้ให้บริการ หรือเจ้าของโปรแกรม POS ได้
-
ต้องเสียทั้งค่า อินเตอร์เน็ต และค่าโปรแกรม POS ร้านอาหาร ทุกเดือน เท่ากับต้องจ่ายทั้ง ค่า Net และค่าโปรแกรม POS ไปทุกเดือน ไปจนกว่าจะเลิกใช้
-
โปรแกรม POS ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ส่วนใหญ่จะมี การจำกัดผู้ใช้งาน และจำกัดข้อมูลสินค้า ตามแพ็คเกจที่เลือก ถ้าต้องการมากกว่านั้น ต้องเสียค่าแพ็คเกจ ที่สูงขึ้น ถึงจะใช้งานได้ตามความต้องการ
-
โปรแกรม POS ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ที่เป็นแบบ Online จะใช้ฐานข้อมูลโปรแกรมขนาดเล็ก เก็บข้อมูลการขาย และสต็อกสินค้าได้น้อย เมื่อใช้ไปสักระยะ ก็ต้องซื้อแพ็คเกจที่สูงขึ้น
-
หากทางร้านค้า หรือร้านอาหาร ต้องการขอเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขการทำงานในโปรแกรม POS จะไม่สามารถทำได้

เลือก POS ที่ร้านไหนดี
ข้อดี ของโปรแกรม POS แบบ Offline
-
ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ชำระครั้งเดียวจบ ใช้ได้ตลอดจนกว่าจะเลิกใช้ จะประหยัดและคุ้มค่ามากกว่า โปรแกรม POS แบบ Online มาก
-
ใช้อุปกรณ์เครื่องคิดเงิน POS ของเราเอง ไม่ต้องเช่าอุปกรณ์ เหมือนโปรแรกม POS แบบออนไลน์
-
ข้อมูลการขายสินค้า และกำไร ของร้านค้า จะอยู่ในคอมพิวเตอร์ ของทางร้านเอง
-
หมดกังวัล เรื่องข้อมูล รั่วไหลไปอยู่กับหน่วยงานเก็บภาษี ไม่มีใครรู้ยอดขายของร้านเรา
-
ไม่จำกัดผู้ใช้ ไม่จำกัดจำนวนสินค้า ไม่จำกัดในการเก็บข้อมูลต่างๆ เพราะมี HDD ขนาดใหญ่ เป็นของทางร้านค้าเอง
-
สามารถดูย้อนหลัง ข้อมูลการขายสินค้า และกำไร ได้ไม่จำกัดระยะเวลา
-
ไม่ต้องเสียค่าอินเตอร์เน็ต ทุกเดือน เพราะโปรแกรม POS ร้านค้าและร้านอาหาร แบบ Offline ไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ในระยะยาวประหยัดกว่า
-
ไม่ต้องต่อ Internet ระหว่างการขายสินค้า ทำให้มีความแน่นอน ของการคิดเงินให้กับลูกค้า แคชเชียร์เก็บเงินได้รวดเร็วกว่า
-
ดูรายงาน Online ผ่านมือถือได้ทุกที่ โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน ซึ่งข้อมูลการขายและสต็อกสินค้า เป็นแบบ Real Time เช่นเดียวกับ โปรแกรม POS Online
ข้อเสีย ของโปรแกรม POS แบบ Offline
-
ใช้เครื่อง POS ที่เป็น Windows อาจดูไม่ทันสมัย แต่ทนทานและคุ้มค่า คุ้มราคากว่ามาก
-
แก้ไขข้อมูล Online ไม่ได้ (บางโปรแกรมทำได้ ต้องซื้อ License เพิ่ม)
-
ดูรายงาน Online ไม่ได้ (ปัจจุบัน บางโปรแกรมดูได้แล้ว เช่น Real4POS)
-
การเชื่อมต่อหลายสาขา มีราคาสูง
-
ต้องใช้กับเครื่อง POS ที่เป็นระบบ Windows เท่านั้น
-
นำไปใช้กับ มือถือ และ Tablet ไม่ได้
-
ไม่สะดวกในการทำการขาย นอกสถานที่
-
เชื่อมต่อกับ App ต่างๆ ไม่ได้
-
เก็บค่า License โปรแกรม ต่อเครื่องขายของแคชเชียร์
สรุปข้อแตกต่างของ โปรแกรม POS Online และ Offline
-
สิ่งที่ท่านจะได้จากโปรแกรม POS แบบ Online คือ ทันสมัย แต่ต้องจ่ายทุกเดือน
-
แต่ถ้าเลือกโปรแกรม POS แบบ Offline ระยะยาวประหยัดกว่า คุ้มค่ากว่า


