แชร์

9 ข้อแตกต่าง POS Online กับ Offline

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2026
8257 ผู้เข้าชม

ข้อแตกต่างของโปรแกรม POS

โปรแกรม POS Online กับ โปรแกรม POS Offline 

  • โปรแกรม POS Online คือ โปรแกรมขายหน้าร้าน ที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ในการขายสินค้าตลอดเวลา 

  • ถ้าเน็ตขัดข้อง โปรแกรม POS Online จะทำงานไม่ได้เลย ต้องรอจนกว่าจะมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต จึงจะขายสินค้าต่อได้

  • โปรแกรม POS Offline คือ โปรแกรมคิดเงินหน้าร้าน ที่ทำการขายและเก็บเงิน โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต
  • ร้านค้าในห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ เป็นแบบ Offline จะใช้อินเตอร์เน็ต เมื่อต้องการ ส่งข้อมูลของยอดขายเท่านั้น เช่นเดียวกับ 7-11

    ข้อแตกต่างของ POS Online 

ข้อดี ของโปรแกรม POS แบบ Online

  • ใช้เงินลงทุนในการใช้โปรแกรม POS สำหรับ ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ครั้งแรกลงทุนไม่สูงมากนัก

  • ชำระค่าโปรแกรมขายสินค้าหน้าร้าน ต่อเดือนไม่สูง เมื่อเทียบกับยอดขายต่อเดือนทำงานได้กับทุกอุปกรณ์ เช่น มือถือ,Tablet ส่วนใหญ่ร้านอาหารและร้านกาแฟ นิยมใช้โปรแกรม POS ขายหน้าร้านแบบนี้

  • สามารถดูรายงานขายสินค้า ได้ทาง Online ได้ตลอดเวลา ทุกที่ทั่วโลก ทำให้ร้านค้าและร้านอาหาร ได้รับความสะดวกมาก เพราะไม่ต้องเดินทางมาที่ร้าน

  • เจ้าของร้าน สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยใช้สัญญาณ Internet 

  • โปรแกรม POS ร้านอาหารและร้านกาแฟ จะมี Application บนมือถือ ไว้รับ Order และให้แคชเชียร์เก็บเงิน ได้สะดวกมากขึ้น

  • ชุด POS คิดเงินหน้าร้าน รุ่นใหม่ๆ ออกแบบเครื่องให้ ดูสวยงามล้ำสมัย ช่วยให้ร้านดูดีและทันสมัย

  • อุปกรณ์คิดเงิน Hardware POS Android มีราคาถูกกว่าแบบ POS Windows เพราะไม่มี HDD โดยจะเก็บข้อมูลไว้บน Cloud ทำให้ต้นทุนถูกลง CPU และหน้าจอสัมผัส จะใช้แบบเดียวกับมือถือ ปัดเลื่อนทำได้ง่าย

  • สามารถดูข้อมูล การขายสินค้า และสต็อกสินค้าคงเหลือ แบบเชื่อมกันได้หลายสาขาได้

 

ข้อเสีย ของโปรแกรม POS แบบ ออนไลน์

  • เป็นระบบเช่า ต้องจ่ายค่าใช้โปรแกรม POS ทุกเดือน จนกว่าจะเลิกใช้ (ลองคิดเป็นรายปีดู)

  • อุปกรณ์ต่างๆ เป็นของผู้ให้บริการ ถ้าเกิดเสียหาย ทางร้านต้องรับผิดชอบทั้งหมด

  • ถ้าสัญญานอินเตอร์เน็ตช้า หรือขัดข้อง จะทำให้ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร เกิดปัญหาระหว่างการเก็บเงิน และการขายสินค้าได้ ลูกค้าอาจไม่ประทับใจ

  • มีโอกาสเสี่ยง ที่ Order ของอาหาร หายระหว่างทาง โดยไปไม่ถึงห้องครัว ทำให้ลูกค้ารอนาน และไม่พอใจในการบริการ จนอาจเลิกใช้บริการที่ร้านไปเลย

  • ข้อมูลการขายทุกอย่าง อยู่บน Cloud มีโอกาสที่ หน่วยงานที่ดูแลเรื่องภาษีรายได้ อาจขอเข้ามาดูข้อมูลการขาย จากผู้ให้บริการ หรือเจ้าของโปรแกรม POS ได้

  • ต้องเสียทั้งค่า อินเตอร์เน็ต และค่าโปรแกรม POS ร้านอาหาร ทุกเดือน เท่ากับต้องจ่ายทั้ง ค่า Net และค่าโปรแกรม POS ไปทุกเดือน ไปจนกว่าจะเลิกใช้

  • โปรแกรม POS ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ส่วนใหญ่จะมี การจำกัดผู้ใช้งาน และจำกัดข้อมูลสินค้า ตามแพ็คเกจที่เลือก ถ้าต้องการมากกว่านั้น ต้องเสียค่าแพ็คเกจ ที่สูงขึ้น ถึงจะใช้งานได้ตามความต้องการ

  • โปรแกรม POS ร้านค้าปลีก และร้านอาหาร ที่เป็นแบบ Online จะใช้ฐานข้อมูลโปรแกรมขนาดเล็ก เก็บข้อมูลการขาย และสต็อกสินค้าได้น้อย เมื่อใช้ไปสักระยะ ก็ต้องซื้อแพ็คเกจที่สูงขึ้น

  • หากทางร้านค้า หรือร้านอาหาร ต้องการขอเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขการทำงานในโปรแกรม POS จะไม่สามารถทำได้

 

offline&online

 เลือก POS ที่ร้านไหนดี

ข้อดี ของโปรแกรม POS แบบ Offline

  • ไม่ต้องจ่ายรายเดือน ชำระครั้งเดียวจบ ใช้ได้ตลอดจนกว่าจะเลิกใช้ จะประหยัดและคุ้มค่ามากกว่า โปรแกรม POS แบบ Online มาก

  • ใช้อุปกรณ์เครื่องคิดเงิน POS ของเราเอง ไม่ต้องเช่าอุปกรณ์ เหมือนโปรแรกม POS แบบออนไลน์

  • ข้อมูลการขายสินค้า และกำไร ของร้านค้า จะอยู่ในคอมพิวเตอร์ ของทางร้านเอง 

  • หมดกังวัล เรื่องข้อมูล รั่วไหลไปอยู่กับหน่วยงานเก็บภาษี ไม่มีใครรู้ยอดขายของร้านเรา

  • ไม่จำกัดผู้ใช้ ไม่จำกัดจำนวนสินค้า ไม่จำกัดในการเก็บข้อมูลต่างๆ เพราะมี HDD ขนาดใหญ่ เป็นของทางร้านค้าเอง

  • สามารถดูย้อนหลัง ข้อมูลการขายสินค้า และกำไร ได้ไม่จำกัดระยะเวลา

  • ไม่ต้องเสียค่าอินเตอร์เน็ต ทุกเดือน เพราะโปรแกรม POS ร้านค้าและร้านอาหาร แบบ Offline ไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต ในระยะยาวประหยัดกว่า

  • ไม่ต้องต่อ Internet ระหว่างการขายสินค้า ทำให้มีความแน่นอน ของการคิดเงินให้กับลูกค้า แคชเชียร์เก็บเงินได้รวดเร็วกว่า

  • ดูรายงาน Online ผ่านมือถือได้ทุกที่ โดยไม่ต้องจ่ายรายเดือน ซึ่งข้อมูลการขายและสต็อกสินค้า เป็นแบบ Real Time เช่นเดียวกับ โปรแกรม POS Online

 

ข้อเสีย ของโปรแกรม POS แบบ Offline

  • ใช้เครื่อง POS ที่เป็น Windows อาจดูไม่ทันสมัย แต่ทนทานและคุ้มค่า คุ้มราคากว่ามาก

  • แก้ไขข้อมูล Online ไม่ได้ (บางโปรแกรมทำได้ ต้องซื้อ License เพิ่ม)

  • ดูรายงาน Online ไม่ได้ (ปัจจุบัน บางโปรแกรมดูได้แล้ว เช่น Real4POS)

  • การเชื่อมต่อหลายสาขา มีราคาสูง

  • ต้องใช้กับเครื่อง POS ที่เป็นระบบ Windows เท่านั้น

  • นำไปใช้กับ มือถือ และ Tablet ไม่ได้

  • ไม่สะดวกในการทำการขาย นอกสถานที่

  • เชื่อมต่อกับ App ต่างๆ ไม่ได้

  • เก็บค่า License โปรแกรม ต่อเครื่องขายของแคชเชียร์

 

สรุปข้อแตกต่างของ โปรแกรม POS Online และ Offline 

  • สิ่งที่ท่านจะได้จากโปรแกรม POS แบบ Online คือ ทันสมัย แต่ต้องจ่ายทุกเดือน

  • แต่ถ้าเลือกโปรแกรม POS แบบ Offline ระยะยาวประหยัดกว่า คุ้มค่ากว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง
POSจ่ายครั้งเดียว
ข้อแตกต่างของ POS รายเดือน กับ โปรแกรม POS แบบชำระครั้งเดียว
ทำไมต้องPOS
โปรแกรมคิดเงิน POS เป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด ในร้านค้าปลีก ที่ทุกร้านต้องมี
How to buy POS
โปรแกรม POS ไม่ใช่เลือกที่ราคาถูกที่สุด แต่ควรดูที่บริการหลังการขาย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy